วิธีเริ่มต้นธุรกิจเสื้อผ้ามือสองเบื้องต้น พร้อมข้อดี-ข้อเสีย

สินค้าญี่ปุ่นมือสอง

กับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปัจจุบัน ‘ธุรกิจแฟชั่นมือสอง’ อาจเป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กับคุณด้วยต้นทุนที่ต่ำและมีผลกำไรน่าพอใจ โดยกลุ่มลูกค้าหลักมักจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น (Trendy) คนที่สนใจแฟชั่นแนวอีโค่ (Eco-friendly) และกลุ่มพ่อแม่ที่ต้องการประหยัดงบเสื้อผ้าของลูกในวัยกำลังโต 

หากต้องการเริ่มต้นธุรกิจเสื้อผ้ามือสอง จะเริ่มต้นอย่างไร?

ผู้ที่สนใจทำธุรกิจนี้ควรเป็นผู้ที่รักและสนใจในแฟชั่นเป็นทุนเดิม จากนั้นค่อยเรียนรู้ทักษะการดำเนินธุรกิจ และวิธีปฏิบัติต่อกลุ่มลูกค้า ดังต่อไปนี้

1. ระบุกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

เพื่อกำหนดรูปแบบร้าน ทำเลที่ตั้ง แบรนด์คู่แข่ง ราคาขาย และวางแผนระบบการจัดการภายในร้าน ฯลฯ

2. วางงบประมาณ

วางแผนว่าจะลงทุนเท่าไร หาแหล่งเงินทุนจากไหน ค่าเช่าร้านเท่าไร ฯลฯ ถ้ามีทุนไม่มาก อาจพิจารณาหาหุ้นส่วนมาร่วมทำธุรกิจ

3. หาทำเลที่ตั้ง

ตัดสินใจว่าจะขายที่ไหน จะมีหน้าร้าน หรือขายผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งนี้ต้องสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้ด้วย เช่น ถ้าเป็นกลุ่มลูกค้าธรรมดา ไม่สนใจแบรนด์เนม อาจจะขายตามตลาดนัด ถนนคนเดิน ถนนช้อปปิ้งต่างๆ และควรเป็นแหล่งที่ผู้คนไม่เร่งรีบ เพราะการเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นมือสองลูกค้าจำเป็นต้องใช้เวลาในการเลือก และต้องมีพื้นที่สำหรับลองสินค้าเพื่อการตัดสินใจด้วย แต่ถ้าเป็นลูกค้าที่ยึดติดกับแบรนด์เนม สถานที่ขายควรมีบรรยากาศที่ดูดี อยู่ในแหล่งช้อปปิ้งแฟชั่น หรือถ้าขายผ่านโซเชียลมีเดีย ก็ควรไปออกงานแฟร์ต่างๆ เพื่อนำสินค้าไปแสดงด้วย ถือเป็นการหาช่องทางเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ให้มาติดตามร้าน

4. จัดหาอุปกรณ์ตกแต่งร้าน 

ถ้ามีหน้าร้าน ก็ต้องคำนึงถึงรูปแบบของราวแขวน ไม้แขวน ห้องลอง หุ่นลอง ฯลฯ ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ร้านควรมีสินค้าที่หลากหลาย จัดหมวดหมู่ให้เป็นระเบียบ ดูเต็มร้าน สะอาด และง่ายแก่การเลือกซื้อ แต่ถ้าขายผ่านโซเชียลมีเดีย ก็ควรมีรูปถ่ายและรายละเอียดสินค้าที่ชัดเจน เช่น ขนาด สี ราคา ฯลฯ

5. หาแหล่งรับเสื้อผ้ามาขาย 

ต้องควานหาคู่ค้าจากแหล่งตลาดใหญ่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น ตลาดโรงเกลือ ท่าเรือชลบุรี จตุจักร หรือจากเว็บไซต์ต่างๆ เช่น การประมูลออนไลน์หรือการซื้อผ่านอีเบย์ นอกจากนั้นควรติดตามแหล่งซื้อสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น สินค้าลดราคาในห้าง ตลาดเปิดท้ายขายของ เอาท์เล็ต ฯลฯ

สินค้าญี่ปุ่นมือสอง

ข้อดี ของการทำธุรกิจเสื้อผ้ามือสอง

1. ราคาถูก ประหยัดเงินในกระเป๋า ซื้อเสื้อผ้าได้มากกว่าในจำนวนเงินที่เท่ากัน เมื่อเทียบการซื้อแฟชั่นมือหนึ่ง
2. ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมในทางหนึ่ง
3. มีเอกลักษณ์ ไม่ค่อยซ้ำใคร เนื่องจากมีจำนวนจำกัด หรือมีเพียงแค่ชิ้นเดียว
4. คุณภาพดี เนื่องจากสินค้าแฟชั่นสมัยก่อนจะเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ และมีฝีมือการตัดเย็บที่ปราณีตกว่าในปัจจุบัน
5. ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่าย เนื่องจากสินค้ามีจำนวนจำกัด หรือมีเพียงแค่ชิ้นเดียว และราคาไม่สูงมาก

ข้อเสีย ของการทำธุรกิจเสื้อผ้ามือสอง

1. ความน่าเชื่อถือต่ำ – ลูกค้าไม่มั่นใจว่าสินค้านั้นเป็นของแท้หรือของปลอมกันแน่ ดังนั้นผู้ขายควรต้องซื่อสัตย์ และให้คำแนะนำแก่ลูกค้าอย่างถูกต้อง ตรงไปตรงมา
2. ทัศนคติเชิงลบ – ลูกค้าจำนวนหนึ่งมีความเข้าใจว่าแฟชั่นมือสองมักสกปรก มีเชื้อโรคปะปน เก่า เชย ชำรุดทรุดโทรม ดังนั้นผู้ขายควรต้องซ่อมแซมและทำความสะอาดสินค้าให้มีสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่ลูกค้าส่วนใหญ่ด้วย

สินค้าญี่ปุ่นมือสอง

เกร็ดข้อคิดสำหรับผู้ซื้อ
การอุดหนุนธุรกิจแฟชั่นมือสองเป็นวิถีหนึ่งของการบริโภคอย่างยั่งยืน เพราะนอกจากจะได้สินค้าที่มีเอกลักษณ์ในราคาประหยัดแล้ว ยังถือเป็นการบริโภคที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมในทางหนึ่ง โดยคุณได้ให้โอกาสกับสินค้าแต่ละชิ้นอีกครั้ง ก่อนที่มันจะถูกโยนทิ้งเป็นขยะล้นโลกนั่นเอง


ขอบคุณข้อมูลจาก: web.tcdc.or.th